Poomjai_ASry 的个人资料Lovelove照片日志列表更多 工具 帮助

日志


ใกล้แล้ว

ตอนนี้ใกล้แล้ว  ใกล้ที่จะจบอะไรหลายๆอย่าง
 
ตอนนี้มีแต่ความรู้สึกที่หวั่นไหวและหวั่นใจ
 
เหมือนรอคอยความหวังกับสิ่งที่อยู่ภายนอก
 
ชีวิตจะเป็นยังไง
 
ถ้ามันต้องจบจริงๆ
 
อนาคตของเราจะเป็นยังไง
 
จะอยู่ได้ไม๊
 
จะอยู่เพื่อใคร
 
จะมีคนเข้าใจเราไม๊
 
การรอคอยมันเหนื่อยและล้าจริงๆ
 
ชีวิตมันไม่จำเป็นต้องเต็มที่กับทุกสิ่งทุกอย่าง
 
หากเราไม่แน่ใจอะไรเราก็ควรจะป้องกันตัวเองไว้บ้าง
 
 
เพราะมันอาจทำให้เราเสียใจก็เป็นได้
 
แต่ถ้าใครมั่นใจกับสิ่งที่เห็นที่เป็นอยู่
 
เต็มที่กับมันสักตั้ง
 
ผลจะเป็นยังไงก็แล้วแต่  อยากน้อยเราก็มีความสุขที่ได้ทำมัน
 
ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆก็ตาม 
 
 

ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ,อยากรู้แต่ไม่อยากถาม

ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ
 
นั่งคนเดียว แล้วมองกระจก
ที่สะท้อนแสงจันทร์วันเพ็ญ
โดดเดี่ยวกับความเหงา
อยู่กับเงาที่พูดไม่เป็น

ฟังเพลงเดิมๆที่เรารู้จัก
แต่ไม่รู้ความหมายของมัน
หากฉันจะหลับตาลงสักครั้ง
และพบกับเธอผู้เป็นนิรันดร์

* หากความรักเกิดในความฝัน
เราจุมพิตโดยไม่รู้จักกัน
ปฏิทินได้บอกคืนและวัน
ดั่งที่ฉันไม่เคยต้องการ

** แต่อยากให้เธอได้พบกับฉัน

เราสมรสโดยไม่มองหน้ากัน
จูบเพื่อล่ำลาในความสัมพันธ์
ก่อนที่ฉันจะปล่อยเธอหายไป
(โดยไม่รู้จักเธอ)

ทบทวนเรื่องราวต่างๆทุกๆครั้งที่ฉันตื่นนอน
กับบทกวีไม่มีความหมาย
ฉันงมงายสวดมนต์ขอพร
หากจะมีโอกาสอีกหน
จะร่ายมนต์กับสายน้ำจันทร์
เพื่อจะได้หลับตาลงสักครั้ง
เพื่อพบกับเธอผู้เป็นนิรันดร์ 

 

*******************

อยากรู้แต่ไม่อยากถาม

 

ได้ชิดเพียงลมหายใจ แค่ได้ใช้เวลาร่วมกัน

แค่เพื่อนเท่านั้น แต่มันเกินห้ามใจ

ที่ค้างในความรู้สึก ลึกๆเธอคิดยังไง

รักเธอเท่าไร แต่ไม่เคยพูดกัน



*อะไรที่อยู่ในใจก็เก็บเอาไว้

มันมีความสุขแค่นี้ก็ดีมากมาย



**เธอจะมีใจหรือเปล่า เธอเคยมองมาที่ฉันหรือเปล่า

ที่เราเป็นอยู่นั้นคืออะไร

เธอจะมีใจหรือเปล่า มันคือความจริงที่ฉันอยากรู้ติดอยู่ในใจ

แต่ไม่อยากถาม กลัวว่าเธอเปลี่ยนไป (กลัวรับมันไม่ไหว)





ไม่ถามยังดีซะกว่า เพราะฉันรู้ถ้าเราถามกัน

กลัวคำคำนั้น อาจทำร้ายหัวใจ





*,**



solo



เธอจะมีใจหรือเปล่า มันคือความจริงที่ฉันอยากรู้ติดอยู่ในใจ

แต่ไม่อยากถาม กลัวรับมันไม่ไหว



 

วันเกิด

อีกปีแล้วสินะ
อายุเพิ่มมากขึ้นอีกปีนึง
พร้อมกับประสบการณ์ที่มีมากขึ้น
 
เป็นอีกปีที่วันเกิดเป็นวันที่ไม่ค่อยจะมีความสุขเท่าไหร่
 
มีหลายเหตุผล
มีหลายๆอย่างที่ทำให้ว้าวุ่นใจ
ทำไมเราถึงไม่ทำให้ตัวเองมีความสุข
ทำไมเราถึงไม่ทำให้ตัวเองร่าเริง
 
ทำไม่ได้อะ
ก็ในเมื่อไม่มีความสุขแล้วจะแกล้งทำให้ตัวเองมีความสุขได้ยังไง
 
ขอบคุณทุกคนที่จำวันเกิดเราได้
ขอบคุณคนที่อวยพรวันเกิดของเรา
ขอบคุณสำหรับของขวัญที่หลายคนมอบให้
ขอบคุณทุกข้อความนะคะ
 
ไปและนะ
ไปหาความสุขก่อน

ติดตามผลงาน

 

ติดตาม hi5 ของอัสรี่ด้วยนะคะ

asry47.hi5.com

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ามาอัพสเปซเท่าไหร่

มีความสุขดีคะ

 

เหนื่อย

ช้วงนี้นอกจากทำงานเหนื่อยแล้ว
ยังแดกเหล้าเหนื่อยอีก
 
เข้าให้งดเหล้าเข้าพรรษา
แต่กรูแดกวันเว้นวัน
แถมเมาแล้วรั้วอีก
ด่าเค้าไปทั่วเลย
 
 
 
 

ไม่สบายใจ

ตอนนี้เกิดความไม่สบายใจอย่างใหญ่หลวง
ถึงขนาดนอนไม่หลับเลยทีเดียว
 
เบื่อๆ  งงๆ  เซ็งๆ
ไม่อยากมีเวลาว่างเลย
อยากทำอะไรที่เกิดประโยชน์กับคนอื่นบ้าง
เผื่อจะทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น
 
อยู่เฉยๆก็ฟุ้งซ่าน
อ่านหนังสือก็ไม่รู้เรื่อง
แล้วกรูจะสอบ TU GET ผ่านไม๊เนี่ย
 
ไปสอบเป็นตัวแทนประกันชีวิต
ก็เสือกสอบได้อีก
แต่แม่งไม่รู้จะหาลูกค้ายังไง
ตอนแรกบอกว่าให้ไปทำพาร์ทไทม์
ก็อุตส่าห์ดีใจ
จะได้มีงานทำมีเงินใช้
ไปๆมาๆให้กรูไปขายประกันซะงั้น
ไม่ถนัดที่สุดเลย
 
คนอื่นอาจจะมองว่าเป็นคนพูดเก่ง
เป็นถึงพิธีกรประจำคณะ
แต่นี่มันไม่เหมือนกันนี่หว่า
ให้ไปยืนแนะนำสินค้ายังถนัดกว่า
แต่นี่ให้ไปขายประกันถึงที่
 
เซ็งเลย
เหมือนโดนหลอก
คาดหวังกับงานแรกค่อนข้างมาก
ตั้งใจอ่านหนังสือแทบตาย
ผลก้ออกมาอย่างที่ใจหวัง
แต่งานที่จะต้องทำนี่สิ
ไม่ใช่อย่างที่เราเข้าใจตั้งแต่ต้น
ผิดที่เราเองแหละไม่ถามอะไรให้แน่นอน
ดีไม่โดนหลอกไปขายตัวนะเนี่ย
 
ความรู้สึกที่โดนคนใกล้ตัวปฏิเสธ
ไม่อยากคุยด้วย
เพราะว่าเราทำประกัน
สาหัสนะ
ไปขายคนอื่นที่ไม่รู้จักคงจะไม่รู้สึกแย่เท่านี้
นี่มันลุงป้าน้าอาเราทั้งนั้น
 
มีการบอกว่าเรานี่เก่งสอบอะไรก็ได้ทั้งนั้น
แต่ถ้ารู้ว่ามาสอบเป็นตัวแทนประกัน
จะไม่ให้สอบตั้งแต่ต้น
กรูก็ไม่รู้เหมือนกัน
เค้าบอกให้ไปสอบก็ไป
คิดว่าสอบเข้าทำงานในบริษัทธรรมดา
เสือกเป็นการสอบเป็นตัวแทนประกันชีวิตซะนี่
 
โอ้ย..................เซ็งจิตที่สุด
 
********************************************************
 
คิดถึงมากมาย
แต่โทรไปแล้วรู้สึกแย่ลง
ยังงี้ไม่โทรดีกว่า
กำลังใจหมดลงไปอีก 20%
 
เรามัวแต่ยึดติดกับอดีตที่ผ่านมา
ยึดติดกับสิ่งดีดี
ยึดติดกับคำพูดที่แสนหวาน
ยึดติดกับการกระทำที่แสนดี
แต่ยังไงมันก็คืออดีต
 
ปัจจุบันมันไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว
เปลี่ยนไปแล้ว
เปลี่ยนทั้งเวลา
เปลี่ยนทั้งการกระทำ
 
แล้วเรายังจะมายึดติดให้เสียใจอีกเพื่ออะไร
 
ไม่ใช่ว่าจะไม่มีใครเข้ามา
แต่แค่หวังว่าวันเวลาในอดีตมันจะกลับมาใหม่อีกครั้งนึงแค่นั้นเอง
 
 
แล้วเมื่อไหร่จะมีใครใหม่
ในเมื่อหัวใจยังไม่เปิดรับใคร
แล้วเมื่อไหร่จะมีใครใหม่
ในเมื่อหัวใจยังรอคนเดิมอยู่ตลอดเวลา
 
ทั้งๆที่รู้อยู่แล้ว
ว่าไม่มีใครจะเดินย้อนกลับมาทางเก่าๆ
ทางเดินที่ผ่านมาอย่างขรุขระหรอก
 
แต่เรากลับยืนรออยู่ที่เก่า
ที่ซึ่งเรามีความสุขที่สุด
 
รอจนตายเค้าก็ไม่กลับมา
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

อดทน

แม้ว่าจะต้องเสียความรักไป
แม้ว่าจะไม่เหลือใครสักคน
แม้ต้องเจ็บต้องชำกี่หน
แต่คนคนนี้ไม่ท้อใจ
 
 
แม้ว่าในวันนี้มีน้ำตา
จะข่มมันให้ไหลอยู่ข้างใน
ความฝันนั้นจบไป
แต่ยังเหลือตัวฉัน 
 
**************************
 
 
 

ไม่เข้าใจ

อยู่ดีดีก็ไม่คุยกัน
อยู่ดีดีก็ไม่โทรหากัน
อยู่ดีดีก็ไม่ทักทายกัน
งง
 
อยู่ดีดีก็ไม่อยากคุย
อยู่ดีดีก็ไม่อยากโทร
อยู่ดีดีก็ไม่อยากทัก
งง
 
กูต้องทำตัวยังไงหว่ะเนี่ย
ถ้ากูเป็นพี่
เมิงช่วยทำกับกูเหมือนกับที่เมิงทำกับพี่คนอื่นได้ไม๊
อยากให้มันมากมาย
 
 
กูเบื่อ
 
 
เบื่อที่จะต้องคอยเป็นคนที่ง้ออยู่ตลอดเวลา
เบื่อกับการที่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ
 
เบื่อตัวเองหว่ะแม่ง
 
เดี๋ยวก่อนเถอะเมิง
 
อยากผอมกว่านี้
อยากสวยกว่านี้
อยากเป็นคนดีกว่านี้
อยากทำทุกอย่างให้ดีกว่านี้
อยากให้ทุกๆอย่างดีกว่านี้
 
 
***กูยังรักเมิงอยู่ไม๊เนี่ย***
อันนี้ต้องทบทวน
 
 
***แต่เมิงไม่ได้รักกู***
อันนี้เรื่องจริงไม่ต้องรอทบทวน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

เรื่อยๆเหนื่อยก็พัก

ใกล้สอบเข้ามาทุกทีๆ
เวลาอ่านหนังสือก็ไม่ค่อยมีเนื่องจากต้องแก้รายงานฝึกภาค
ส่งไปเป็นแรมเดือนแต่เพิ่งให้มาแก้ตอนใกล้สอบ....กำ
 
เวลาที่เหลือในรั้วมหาลัยก็กำลังจะหมดลง
อีกไม่กี่เดือนก็จะจบแล้ว
เร็วจัง
ยังมีอะไรที่อยากทำอีกมากมาย
อยากไปค่ายสร้างสักแห่งเพื่อเพิ่มรสชาดให้กับชีวิต
อยากไปเที่ยวกับแก๊งค์เพื่อนรักสักครั้ง
เพราะตั้งแต่เข้ามหาลัยยังไม่เคยได้ไปเที่ยวที่ไหนกะเพื่อนเลย
อยากเปิดร้ายขายของที่ตลาดนัด
กะว่าจะรวยก่อนจบ
แล้วก็อีกมากมาย
 
เวลาที่เหลือจะเอาให้คุ้มเลย
 
จะเรียนให้ได้เกียรตินิยม
จะทำทุกกิจกรรมที่มีโอกาสได้เข้าร่วม
จะหางานทำก่อนจบการศึกษา
จะทำให้พ่อแม่ภูมิใจ
 
รักตัวเองดีกว่าครับท่าน
 

สับสน

ตอนนี้อยู่ในช่วงสับสน
ระหว่างการทำให้ตัวเองมีความสุข
กับการฝืนทำให้ตัวเองมีความสุข
ไม่รู้ว่าตอนนี้พยายามทำอะไรอยู่
 
การทำให้ตัวเองมีความสุข
คือการไม่รับรู้
คือการไม่เจอ
คือการไม่รับโทรศัพท์
เป็นการทำเพื่ออนาคต
เพื่อความสุขที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
เพราะว่าการทำแบบนี้เป็นการทำใจเพื่อความสุขในภายภาคหน้า
 
แต่ตอนนี้กลับทุกข์
ค่าของความรู้สึกมันยากต่อการตัดใครคนนี้ออกไปจากชีวิต
 
เราพยายามที่จะไม่รับรู้ พยายามไม่ให้ตัวเองเป็นเครื่องมือทางการศึกษากับใคร
แต่ก็อดห่วงไม่ได้จริงๆ
 
ตอนนี้รู้แล้วว่า
การรักใครสักคนมันง่ายกว่าการลืมใครคนนั้นมากๆๆๆๆๆๆ
 
รู้อนาคตอยู่แล้วว่ามันจะเป็นยังไง
ก็เพราะว่ารู้อนาคตไง
ก็เลยต้องรีบทำใจ
 
ไม่อยากพบเจอเพราะมีผลต่อการลืม
ไม่อยากพูดคุยเพราะมีผลต่อความสัมพันธ์
ไม่อยากคิดถึงมันเพราะว่ามันไม่คิดถึงเรา
 
แต่ทำไม่ได้ในตอนนี้
 
หาใครสักคนมารักกูที กูจะได้ลืมไอ้ผู้ชายคนนี้สักที 
 
 

อยู่ยังไงให้มีความสุข

เคยคิดไม๊ว่าทำไมยิ่งโตขึ้นความสุขที่เรามีถึงลดน้อยลง
 
สำหรับตัวเองแล้วนั่งคิดอยู่เสมอ
เมื่อก่อนทำอะไรก็ดูมีความสุขไปหมด
เมื่อก่อนทำอะไรรู้สึกสนุกไปหมดทุกอย่าง
 
เราคงโตขึ้นมั้ง
 
เมื่อเราโตขึ้นเราก้ได้พบเจออะไรมากขึ้น
เมื่อเราโตขึ้นเราก็ยิ่งที่จะคิดมากขึ้น
เมื่อเราโตขึ้นเราก้เอาอดีตมาเป็นแบบแผนในอนาคต
เมื่อเราโตขึ้นเราก็ต้องดำเนินชีวิตให้รอบคอบมากขึ้น
 
ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน
ทำไมเราถึงไม่คิดให้มันน้อยเหมือนเมื่อก่อน
ทำไม่เราไม่ทำชีวิตให้มันสนุกสนานร่าเริงเหมือนเมื่อก่อน
 
ยิ่งโตขึ้นหนทางและทางเดินชีวิตที่เรากำลังจะเลือก
อาจเป็นสิ่งที่กำหนดอนาคตชีวิตของเราในภายภาคหน้า
นี่แหละเป็นสิ่งนึงที่ทุกคนต้องเผชิญ
 
ตอนนี้เหมือนกับตัวเองกำลังจะมาถึงทางแยก
เป็นทางแยกที่เรายังไม่รู้เลยว่าจะเลือกเดินไปทางไหน
ไม่รู้ว่าทางที่เราเลือกจะเป็นทางที่ถ฿กต้องหรือไม่
ไม่รู้ว่าทางที่เราเลือกจะเป็นทางที่เราจะพบกับความสุขรึเปล่า
 
ไม่เป็นไร   ไม่มีใครรู้อนาคต
ไม่เป็นไร    มันเป็นชีวิตของเรา
ไม่เป็นไร    ยังไงเราก็ต้องเป็นคนเลือกทางเดิน
ไม่เป็นไร    เพราะเราต้องยอมรับในผลของมัน
 
เคยได้ยินไม๊กับคำพูดที่ว่า
" โลกนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะอยู่อย่างไรให้มีความสุข  แต่อยู่ที่ว่าเราจะอยู่บนโลกนี้ยังไงให้ทุกข์น้อยที่สุด"
 
ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา
อยู่ให้ทุกข์น้อยทีสุดดีกว่านะ  อัสรี่
 

................................

รักหรือไม่รักไม่รู้
 
 
 
จะรักหรือไม่รักไม่รู้
 
 
 
แต่กูจะรักต่อไป
 
 
 
เข้าใจว่าคุณมีสังคม
 
 
 
เข้าใจว่าคุณมีเพื่อนมากมาย
 
 
 
ไม่ได้หวังอะไรมากมายนักหรอก
 
 
 
กูก็ขอทำดีต่อไป
 
 
 
หวังว่าความดีที่ทำลงไปคงจะย้อนกลับมาหาบ้างนะ
 
 
 
อย่าให้ทำดีเสียจนท้อ
 
 
 
จนไม่กล้าที่จะเปิดใจให้กับใครอีกต่อไป
 
 
 
พยายามหันกลับมามองตัวเอง
 
 
 
ว่ามีอะไรที่พอจะให้ตัวเองได้ภาคภูมิใจบ้าง
 
 
 
พยายามหันกลับมามองตัวเอง
 
 
 
ว่ามีอะไรดีดีบ้าง
 
 
 
ในที่สุดก็พบว่า
 
 
 
ความดีและความภาคภูมิใจทั้งหมด
 
 
 
มันหมดไปเพราะเราเลือกเกิดไม่ได้
 
 
 
เพราะเราไม่ใช่ผู้ชายและไม่ใช่ผู้หญิง
 
 
 
สังคมไม่มีความเท่าเทียมและความเสมอภาคกัน
 
 
 
ไม่เป็นไรหรอก
 
 
 
ในเมื่อเป็นอย่างนี้จะทำไงได้
 
 
 
นอกเสียจากทำใจยอมรับมัน
 
 
 
ความผิดหวังเป็นสิ่งที่เกิดมาคู่กับมนุษย์อยู่แล้ว
 
 
 
อยู่ที่ว่าใครจะได้พบเจอมากกว่ากัน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

กลับมาแล้ว

ตอนนี้กลับมาบ้านแล้วคะ
มาพร้อมกับความอ้วนดำอย่างใหญ่หลวง
 
ไม่คิดเลยว่าความผูกพันที่เกิดขึ้นเพียงไม่นาน
จะมีอิทธิพลต่อจิตใจเรามากมายได้เพียงนี้
การเดินทางกลับบ้านมันมีความสุขรออยู่ข้างหน้าก็จริง
แต่คนที่อยู่ด้านหลังจากการที่เราเดินทางจากมา
เค้ากลับเสียน้ำตา
 
จากคนที่แปลกหน้ามาอาศัยอยู่ในบ้าน
กลายเป็นคนที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต
จากครอบครัวที่ไม่ค่อยได้เจอหน้ากัน พ่อ แม่ ลูก
พวกเราเป็นผู้ที่ก่อให้เกิดความเป็นครอบครัวอีกครั้ง
ไม่น่าเชื่อว่าคนแปลกหน้าอย่างพวกเรา
จะมีอิทธิพลทางด้านความรู้สึกต่อคนอื่นได้มากขนาดนี้
 
ดีใจนะที่เค้ารักเราได้ขนาดนี้
 
เค้าคงมีเหตุผลของเค้าที่เค้ารักเรา
และเราก้มีเหตุผลของเราที่เรารักเค้า
 
ความผูกพันที่เกิดขึ้นคงยากที่จะลืมเลือน
 
ขอบคุณมากนะคะครอบครัวคีรีวรรณ์
ที่ดูแลเราอย่าดี
ขอบคุณมากๆคะ
 

ใกล้เสร็จแล้ว

ตอนนี้การฝึกงานก็ใกล้จะถึงฝั่งฝันแล้ว
อีกไม่กี่อาทิตย์การฝึกงานก็จะจบลง
ตอนนี้มิตรภาพระหว่างมันแน่นแฟ้นขึ้นอย่างมากมาย
มิตรภาพระหว่างผู้ดูแลเราก็ดีวันดีคืน
ถึงแม้ว่าจะรู้สึกว่าอยากกลับบ้านอยู่ตลอดเวลา
แต่ไม่รู้ว่าถ้ากลับไปจริงๆ
เราจะคิดถึงที่นี่ขนาดไหน
 
บทเรียนราคาแพงที่ได้จากการฝึกงานที่ผ่านมา
สอนอะไรได้หลายอย่างมากมาย
คนเรานี่รู้หน้าไม่รู้ใจ
อย่าหลงเชื่อกับสิ่งที่ปรากฎเห็นมากนัก
เพราะบางอย่างมันเป็นแค่ภาพลวงตา
อย่าหลงเชื่อการว่าร้ายของคนอื่น
ถ้าเราไม่ได้รู้จักคนคนนั้นจริงๆ
 
เพลงประจำการฝึกงานของที่นี่คือ
เพลงภาพลวงตา ของเอ็นโดรฟิน
 
มันก็เป็นแค่เพียงภาพลวงหลอกตา
ที่เธอสร้างขึ้นมาให้ชั้นตายใจ
 
กลับไปจะเล่าให้ฟังนะคะ
มีหลายเรื่องราวที่น่าประทับใจและอยากจดจำ
ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไม๊
แต่ตอนนี้เตรียมตัวและเตรียมใจ
รอเวลากลับบ้านแล้วคะ
 
 
 

เพื่อนของฉันชื่อความเหงา

เมื่อไรที่หัวใจนั้นอ่อนล้า คือเวลาที่เรานั้นอ่อนไหว
กอดตัวเองไม่มีใคร ไม่เห็นเป็นไรแค่นี้
ไม่ว่าเราจะพบอะไร จะเจอกับวันที่ร้ายหรือดี
ใจเรายังคงพร้อมจะมีความเหงาเป็นเพื่อน...เคียงไป
 
บนทางเดินที่เราเคยหกล้ม  ทำให้ใครบางคนนั้นหล่นหาย
ฝากรอยแผลไว้ข้างใจ   ทิ้งให้เราจดจำ
มีวันที่ลมหนาวพัดมา และก็มีวันที่ฝนพรำ
วันเดือนปียังหมุนประจำ ฉันเหงาก็ยังต้องเดินต่อไป
 
ไม่รู้...ไม่รู้ต้องเดินไปถึงเมื่อไหร่
เหงา...ทั้งที่ไม่รู้ว่าทำไม
 
อาจเป็นเพราะโลกมันกว้างไป  หัวใจก็เลยเหงาๆ
แต่ยังยิ้มและยังไม่เศร้า  กอดความเหงาไว้กับใจ
 
**************************************
ตอนนี้แอบกลับมากรุงเทพฯ
มาเก็บของที่หอเก่าและก็ต้องกลับบ้าน
เพื่อไปรับใช้ชาติ
สภาพร่างกายตอนนี้ อ้วนและดำอย่างมากมาย
น้ำหนักพุ่งขึ้นไปแล้ว 2 กิโลกรัม
มีความสุขดี
แต่คิดถึงบ้านอย่างมากมาย
เพื่อนๆที่ลำปางคงอิจฉา555
 

ฝึกงาน

พรุ่งนี้จะไปฝึกงานแล้วนะ
ไปรถเที่ยวสามทุ่ม
 
วันนี้นั่งเก็บกระเป๋าอย่างเศร้าๆ
ห้องที่เคยอยู่มาตลอดหนึ่งปีเราจะไม่ได้อยู่อีกต่อไป
เมทอันเป็นที่รักที่อยู่กันมาตลอดสองปี
ก็จะไม่ได้อยู่ด้วยกันอีก
 
ไม่ได้เจอหน้าเพื่อน
ไม่ได้เจอหน้าคุณพ่อ คุณแม่อีกตั้งสองเดือน
เศร้าอะ
 
วันนี้ตื่นเช้ามาก็หว้าเหว่สุดๆ
อยู่คนเดียวอย่างเหงาๆ
เปิดเพลงฟังไม่ได้ช่วยอะไรเลย
เปิดมาแม่งก็เจอเพลง"เกิดมาแค่รักกัน"ที่โรสร้อง
เพลงแม่งเศร้าจัง
ฟังแล้วร้องไห้เลย
จะตรงกูไปไหนเนี่ย
 
โทรไปหาแม่มาร้องไห้โห
ไม่ได้ตั้งใจร้องนะ
แต่กลั้นไม่อยู่จริงๆ แม่เลยเป็นห่วงเลยอะ
 
นี่อาจจะเป็นบล๊อกสุดท้ายแล้ว
ที่จะเขียนก่อนไปลำปาง
 
คิดถึงกันมั่งนะ
ไม่รู้ว่าที่โน่นจะเป็นยังไง
จะทำงานหนักแค่ไหน
จะมีความสุขรึเปล่า
จะลำบากหรื่อเหนื่อยยาก
ยังไงก็ต้องไป
เพราะเราเลือกที่จะไป เลือกที่จะเรียนเอง
 
ไม่อยากแบกความลำบากใจไป
ไม่อยากแบกความไม่สบายใจไป
ไม่อยากคาดหวังอะไร
ไม่อยากที่จะคิดถึงอนาคตว่าเราจะเป็นยังไง
แต่สุดท้ายก็คิดมากอยู่ดี
 
ปล่อยให้เป็นอนาคตดีกว่า
โทรหากันมั่งเมื่อคิดถึงกัน
***************************
 
 

ไม่มั่นใจและก็ไม่มั่นคง

ความมั่นใจและความมั่นคงของชั้นหายไปไหนหมด
ไม่มีความมั่นใจและก้ไม่เกิดความมั่นคงใดใดเลย
สอบก็ไม่มั่นใจ รักใครก็ไม่มั่นคง
เดี๋ยวรู้กันว่าจะเป็นยังไง
 
ไม่อยากให้ใจกับใครอีกต่อไป
เพราะยังไงก็ไม่มีสิทธิ์เลือกอยู่แล้ว
เป็นฝ่ายถูกเลือก และก็ไม่โดนเลือกทุกครั้งไป
หรือถ้าจะเลือก  ก็เลือกเป็นอันดับสองรองจากคนอื่น
เหตุการณ์ยังงี้ก็เกิดขึ้นหลายครั้งหลายครา
แต่ก็ยังไม่เคยชิน
คงต้องยอมรับสภาพกับสิ่งที่เกิดขึ้นและสิ่งที่เป็นอยู่
 
ลองหันมามองตัวเองสิ
ว่าตัวเองมีอะไรดีพอที่จะไปสู้คนอื่นเค้าได้บ้าง
 
ไม่เป็นไร
คอยปลอบตัวเองอย่างนี้เรื่อยไป
และก็คงต้องคอยปลอบตัวเองอย่างนี้ต่อไป
ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นจากตัวเรา
และทุกสิ่งทุกอย่างก็คงจะต้องจบจากตัวเราเหมือนกัน
 
ในเมื่อเป็นคนเริ่มก็ต้องเป็นคนเลิก
 
มันไม่สวยงามตั้งแต่เริ่ม
แล้วต่อไปมันจะสวยงามได้ยังไง
จริงไม๊
 
************************************
 
ปล.
 
พี่เต้ย* คิดถึงนะคะ แต่คงส่งไม่ถึงพี่เต้ยสักที ยังคงรอโทรศัพท์อยู่เหมือนเดิม ดูแลสุขภาพด้วย ทำงานหนักก็พักผ่อนมากๆนะคะ
 เป็นห่วงและก็คิดถึงเสมอ
ปุ๋ย*   เสียใจกับคำพูดของคุณ  แค่นี้ก็รู้แล้วว่าไม่มีความสำคัญต่อกัน
Mr. D * เป็นห่วงเสมอ เป็นห่วงเหมือนเดิม รู้ว่าคุณเป็นคนยังไง แต่ก็เลิกห่วงไม่ได้จริงๆ ไม่ได้หวังว่าจะให้เป็นเหมือนเดิม แต่ถ้าคุณไม่มีใคร  จำไว้เลยนะ  ยังมีพี่คนนี้เสมอ
เพื่อนๆทุกคน* ไปฝึกงานกันเถอะ
อัสรี่* เดี๋ยวมันก็ผ่านไป เข้มแข็งไว้  เวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยน  ฟ้าหลังฝนนั้นงดงามเสมอ
 
 
 
 
 
 

เพื่ออะไร

ฤดูการสอบมาแล้วครับท่าน
วันนี้สอบไปเป็นตัวแรกอย่างงงงวย
พึ่งรู้ว่าวิชา sw313 มีชื่อว่าหลักและวิธีการทางสังคมสงเคระห์ 3
ด้วยความที่เข้าเรียนไม่ถึง 5 ครั้ง นั่นเอง
 
ตอนนี้พวกเราชาวคณะ(รี่ แอม แอ้ นิด แนน จ๊อบ แป๋ม)
หมกตัวกันอยู่ที่หอสมุอ ป๋วย อึ่งภากรณ์
อยู่กันตั้งแต่บ่ายยันมืด
ถ้าไม่เปิดเพลงไล่ก็ไม่ยอมกลับ
 
อ่านหนังสือกันอย่างขมักเขม่น
เครียดเมื่อไหร่ออนเอ็ม
หิวเมื่อไหร่ไปโรงอาหารกลาง
ปวดเมื่อไหร่ไปเข้าห้องน้ำ(ฉี่กะขี้)
 
ถ้าอยากมีสมาธิในการอ่านหนังสือมากๆ
ขอแนะนำห้องน้ำในห้องสมุด
สะอาด สว่าง แถมเงียบกว่าที่นั่งข้างนอกอีก
นานๆทีจะมีคนมาเข้า
 
ตอนนี้ที่อยากทำที่สุดคือการกลับบ้าน
คิดถึงคุณพ่อกะคุณแม่มากมาย
แต่เสียดายเสาร์อาทิตย์นี้พ่อะแม่ไม่อยู่
เลยไม่กลับบ้านดีกว่าเพราะว่าไม่มีอะไรกิน
 
คงต้องเข้าห้องสมุดกันต่อไปจนกว่าจะสอบเสร็จ
วิชาที่เหลืออยู่มีดังนี้
JC201 กฎหมายสื่อสารมวลชน  ท่องมาตรากันหูดับตับไหม้
CD312 กระบวนการพัฒนาชุมชน   เข้าเรียนมากที่สุดแต่ก็ไม่เข้าใจมากที่สุด
PO211 รัฐศาสตร์เบื้องต้น  อ่านเยอะที่สุด ร้อยข้อร้อยคะแนน เล่มอย่างหนา โหดมากมาย
CJ321 กระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน รักวิชานี้และก็รักคนที่เรียนวิชานี้ด้วย  ฮิ้วววววววววววววววววว
CJ314 เหยื่อวิทยา   เป็นวิชาที่มีความรู้น้อยที่สุดเพราะอาจารย์แทบไม่มาสอนเลย แถมฝากคนอื่นมาสั่งงานอีก น่าเกลียด
 
ตั้งใจอ่านหนังสือมากๆนะอัสรี่ 
 
ปล.
พ่อกะแม่-คิดถึงนะจ๊ะ
แอม-หวังว่าคงได้นะ ทอมวิทยา ฝันเห็นงูดีกว่าฝันเห็นปูนะ
นิด-นิดรี่ไม่รู้ แต่แอมกับรี่อะ "ผ่าน"
แอ้-อย่าตามมาหลอกหลอนชั้นทุกหนทุกแห่ง
แป๋ม-อย่าเครียดมากนัก กูรักเมิงนะ
จ๊อบ-ไปทวินได้เสมอ ไม่มีข้อแม้
จ๋อย-ปรัชญา
แนน-แฟนเพื่อนชั้น
แหม่ม-ตัวเป็นผื่น น่าเกลียด
น้องหยง-ขอบคุณสำหรับข้อความดีดีนะคะ
น้องปุ๋ย-ทอมที่ยังคงห่วงใยเสมอ กลับมาคุยกันเหมือนเดิมดีปะคนหลายใจ
พี่คำเต้ย-ของของคนอื่น....จบ
 
 
 

อยู่คนเดียว

 
ถามตัวเองทำไมถึงเป็นแบบนี้
นึกว่ารักจะไปได้ดีและยั่งยืน
ถามตัวเองทำไมทุกคราที่ตื่น
ก็จะพบตัวเองถูกทอดทิ้งให้หมองเมิน
 
รู้สึกตัวขึ้นมาเมื่อใดก็มีคำถามในใจ
ฉันไม่เหลือใครอีกเลยหรือ
แล้วสุดท้ายก็มีแค่เรากับใจที่ร้าวรานเสมอ
น้ำตาเอ่อ ปลอบใจตัวเองไว้ว่า
 
อยู่คนเดียวแล้วเราต้องกลับมาเป็นเหมือนเคย
ไม่มีใครรักจริง ได้ใหม่เคยไปได้ไกล
อยู่คนเดียวให้พอขอหยุดดูแลหัวใจ
จะไม่คิดรักใครเพราะสุดท้ายเราคงเดียวดายเหมือนเดิม
 
เหลือแค่เราคนเดียวทุกทีทุกที
ไม่ว่าฉันรักใครก็มีแต่ทุกทน
 
รู้สึกตัวขึ้นมาเมื่อใดก็มีคำถามในใจ
ฉันไม่เหลือใครอีกเลยหรือ
แล้วสุดท้ายก็มีแค่เรากับใจที่ร้าวรานเสมอ
น้ำตาเอ่อ ปลอบใจตัวเองไว้ว่า
 
อยู่คนเดียวแล้วเราต้องกลับมาเป็นเหมือนเคย
ไม่มีใครรักจริง ได้ใหม่เคยไปได้ไกล
อยู่คนเดียวให้พอขอหยุดดูแลหัวใจ
จะไม่คิดรักใครเพราะสุดท้ายเราคงเดียวดายเหมือนเดิม
 
จะพอแล้วใจ เมื่อในสุดท้ายไม่ว่ารักใครก็จะต้องเป็นแบบนี้
รักแล้วช้ำทุกที รักแท้จริงไม่เคยจะมี..สำหรับฉัน..
 
**************

ชี้แจง

เนื่องจากบล๊อกที่แล้วอาจทำให้ใครบางคนเข้าใจผิด
จึงขออนุญาตลบบล๊อกที่แล้วออกไป
เพื่อไม่ให้มีหลักฐานในการกระทำความผิด(เหมือนเรียนกระบวนการยุติธรรม)
และขออภัยผู้ที่ถูกพาดพิงและตกเป็นเหยื่อในสเปซดังกล่าวด้วยนะคะ
 
 
และสำหรับผู้ที่เข้ามาเม้นท์สเปซในบล๊อกที่แล้ว
อาจจะเข้าใจผิดในความสัมพันธ์ของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ
ในฐานะที่เป็นผู้กระทำความผิด
ศาลได้ตัดสินแล้วว่า
ผู้ที่กระทำความผิดมิได้ล่วงละเมิดความสัมพันธ์ของเหยื่อ
ไปมากกว่าความเป็นพี่น้องแม้แต่น้อย
ขอให้ทุกคนเข้าใจตรงกันด้วยนะคะ
และผู้ที่กระทำความผิดก็กลายเป็นผู้ที่ถูกกล่าวหาเท่านั้น
ผู้ที่ถูกกล่าวหาไม่อยากตกเป็นจำเลยของสังคม
 
อีกอย่างอาจทำให้เหยื่อเสียขวัญ
เหยื่ออาจไม่กล้าเข้าใกล้และไม่กล้าพูดคุยกับผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำความผิดอีก
อีกทั้งหากคนใกล้ตัวของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ
เข้ามาเยี่ยมชมสเปซของผู้ที่ถูกกล่าวหา
อาจทำให้ผู้ใกล้ชิดของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อเข้าใจผิดก็เป็นได้
 
อยากชี้แจงให้กระจ่างอีกครั้งว่า
ผู้ที่ถูกกล่าวหา(ข้าพเจ้า)ได้แอบชอบผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ
มาเป็นเวลากว่าสามปี
และเวลาสามปีที่ผ่านมาผู้กระทำความผิดไม่เคยติดต่อหรือพูดคุยกับเหยื่อเลย
แม้แต่น้อย ย้ำ แม้แต่น้อย
เนื่องจากผู้ที่ตกเป็นเหยื่อมีคนรู้ใจอยู่แล้ว
ทำให้เราทั้งสองเป็นเพียงแค่คนรู้จักกันเท่านั้น
แต่ด้วยกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ของสองสถาบัน
ทำให้เหยื่อและผู้ที่ถูกกล่าวหาได้พบกันอีกครั้งในปีนี้
เป็นโอกาสอันดีของผู้ที่ถูกกล่าวหา
เพราะว่าเหยื่อไม่ได้พกคนรู้ใจมาด้วย
ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาพาตัวเองเข้าไปใกล้ชิดกับผู้ตกเป็นเหยื่อมากขึ้น
และด้วยความที่ผู้ตกเป็นเหยื่อเป็นผู้ที่มีอัธยาศัยดี
ทำให้เราทั้งสองได้พูดคุยกันมากขึ้นกว่าสองปีแรกก็เท่านั้นเอง
จากคนรู้จักในตอนนั้นก็ขยับความสัมพันธ์เป็นพี่น้องกันในตอนนี้
แต่ในอนาคตเราทั้งสองอาจจะเกลียดกันก็เป็นได้
เพราะฉะนั้นทุกท่านจงเข้าใจตามนี้
 
-จบการพิจารณาคดี-